©  2015 Copyright by TESOL Tree

  • Facebook - White Circle
  • Instagram - White Circle
  • Twitter - White Circle
  • YouTube - White Circle

คำไหนกันนะที่คนไทยพูดและเขียนผิดบ๊อย...บ่อย

January 23, 2017

 

ในปัจจุบันนี้ภาษาอังกฤษถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เราใช้ภาษาอังกฤษในแบบที่เราได้ยินมาบ่อยๆ หรือใช้ภาษาอังกฤษในรูปแบบของประโยคภาษาไทยที่เราคุ้นชิน ซึ่งบางครั้งอาจจะส่งผลให้ชาวต่างชาติเข้าใจผิดหรืออาจทำให้ไม่เข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้ ดังนั้นวันนี้ Tesol Tree ได้รวบรวมตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่คนไทยมักใช้ผิดบ่อย พร้อมทั้งตัวอย่างที่ถูกต้องว่าใช้แบบไหนจึงจะถูกต้อง ตามแอดมินมาดูกันได้เลยค่ะ

 

1. I like to play computer, when I am at home.

ประโยคนี้คนไทยหลายๆคนอาจจะคุ้นชินกับคำว่า “เล่นคอม” ในภาษาไทย แต่ แต่!!! หากนำคำนี้ไปพูดกับฝรั่ง ฝรั่งจะงงทันทีเลยค่ะ คำว่า “Play” นั้นเราสามารถใช้กับเครื่องดนตรีได้ เช่น I play the guitar. หรือเล่นกีฬา เช่น I play football. แต่เราจะไม่ใช้คำว่า “play computer” กับการเล่นคอม แต่ถ้าเราจะบอกว่าเราเล่นคอมเราจะพูดว่า “ I play games on my computer.” หรือ “I play computer games.”

 

2.  It’s mean that we are rich.

สังเกตเห็นไหมเอ่ยว่าตรงไหนที่ผิดไป มองโดยผิวเผิน หรือพูดแบบเพลินๆหลายคนอาจจะไม่รู้ตัวเผลอใช้ผิดกันได้ง่ายๆเลย จริงๆแล้ว “mean” นั้นมีหลายความหมายแต่ที่เรามักจะเห็นอยู่บ่อยๆก็คือ

1.mean (adj.) = ใจร้าย เช่น You're so mean to me. ที่แปลว่าคุณใจร้ายกับฉันมากๆ

2.mean (v.) = ความหมาย,หมายถึง เช่น You mean so much to me. ที่แปลว่าคุณมีความหมายกับฉันมากๆ

ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องก็คือ “It means that we are rich” ซึ่งหมายความว่า “นั่นแปลว่าพวกเรานั้นรวย” นั่นเองค่ะ รู้ข้อแตกต่างแบบนี้แล้ว อย่าลืมใช้ให้ถูกต้องนะจ๊ะ

 

3. My teacher always gives me good advices.

คำว่า “Advice” ที่หมายถึงคำแนะนำนั้น เป็นคำที่เราเจอค่อยข้างบ่อยอยู่แล้วไม่ว่าเป็นในข้อสอบ หรือชีวิตประจำวันก็ตาม แต่หลายคนอาจจะเผลอใช้คำนี้ผิดอยู่บ่อยๆ จริงๆแล้วคำนี้เราจะไม่เติม S เนื่องจากเป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องจึงต้องเขียนว่า “My teacher always give me good advice.” นั่นเองค่ะ

 

4. People who smoke they will die.

คนไทยหลายๆคนเมื่ออ่านประโยคนี้จะเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นรูปแบบประโยคนั้นมาจากภาษาไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายๆคนยังชินที่จะใช้รูปแบบแบบนี้อยู่บ่อยนัก ประโยคนี้มีความหมายที่ต้องการจะสื่อว่า “คนที่สูบบุหรี่นั้นจะตาย” แต่เมื่อฝรั่งอ่านแล้ว อาจจะเกิดคำถามต่อมาว่าแล้วใครตาย? People หรือ They กันแน่ที่จะตาย จึงกลายเป็นการใช้คำซ้ำซ้อน ดังนั้นเราจึงตัด They ออก เพราะว่า they และ people หมายความถึงกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันก็คือกลุ่มคนที่สูบบุหรี่นั่นเองค่ะ ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องจึงต้องเป็น “People who smoke will die.”

5. She has been my best friend until now.

เป็นอีกประโยคที่นำรูปแบบภาษาไทยมาใช้ในภาษาอังกฤษค่ะ แน่นอนเลยว่าคนไทยอ่านประโยคนี้แล้วต้องเข้าใจแน่นอนว่า “เธอเป็นเพื่อนฉันมาจนกระทั่งตอนนี้” แต่จริงๆแล้วประโยคนี้หากนำไปพูดกับเพื่อนฝรั่งว่า “You have been my best friend until now.” อาจจะโดนงอนได้เลยทีเดียวค่ะ เพราะ “until now” ในประโยคนี้มีความหมายว่าเธอเคยเป็นเพื่อนฉันมาตลอดแต่ ณ ตอนนี้ หรือหลังจากนี้ไม่ใช่อีกแล้ว ดังนั้นจึงต้องระวังในการใช้ประโยคนี้ให้ดีนะคะ ควรใช้ว่า “ She has always been my best friend and still is. ” จะตรงความหมายที่ต้องการจะสื่อมากกว่านะคะ

 

6. I was interesting in that subject.

เมื่อเราต้องการบอกว่าเราสนใจในสิ่งไหน หรือเรารู้สึกอย่างไร Adjective ที่ใช้มักจะลงท้ายด้วย “-ed” เช่น I’m surprised to see you. (ฉันรู้สึกประหลาดใจที่เจอคุณ) หรือ I’m interested in that story. (ฉันรู้สึกสนใจเรื่องนั้น) แต่สำหรับสิ่งของหรืองที่สถานที่นั้นมักจะลงท้ายด้วย “-ing ” หมายความว่าสิ่งนั้นมีลักษณะอย่างไรเช่น “It’s an exciting movie” (มันเป็นหนังที่น่าตื่นเต้น) ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องของข้อนี้ก็คือ “I was interested in that subject.” (ฉันรู้สึกสนใจวิชานี้) นั่นเองค่ะ

 

7. I do all the cooking at home by myself.

ประโยคนี้หลายๆคนคงเผลอใช้ผิดอยู่บ่อยๆ เพราะขนาดแอดมินก็ยังเคยใช้ผิดเช่นกันค่ะ คำว่า “by myself” ในประโยคจะให้ความหมายในเชิงว่า เราทำสิ่งๆนั้นคนเดียว ให้อารมณ์เดียวดายเสียมากกว่า แต่ถ้าหากต้องการจะบอกว่าฉันทำอาหารทุกอย่างเองที่บ้าน หรือทำด้วยตัวเอง เราจะใช้ “I do all the cooking at home myself.”

 

8. Dan is just only seventeen.

กรณีนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างที่เราติดมาจากภาษาพูดของไทยนั่นเองค่ะ เพราะในภาษาไทยนั้นจะมีคำว่า “แค่เพียง” เมื่อเราพูดภาษาอังกฤษการรวมคำระหว่าง just กับ only จึงเกิดขึ้น แต่สำหรับภาษาอังกฤษแล้วจะเป็นการใช้คำฟุ่มเฟือย เราจึงต้องเลือกใช้แค่ตัวใดตัวหนึ่ง เพราะ “Dan is just seventeen.” และ “Dan is only seventeen.” มีความหมายเหมือนกันนั่นเองค่ะ

 

9. The tourism industry is good for Thai social.

ทำไมประโยคนี้จึงผิดกันนะ? ก็เพราะว่าจริงๆแล้ว คำนาม (noun) ของ “social” คือคำว่า “society” (แปลว่าสังคม) ส่วน “social” นั้นเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้ขยายคำนาม ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องจึงต้องเป็น “The tourism industry is good for Thai society.” นั่นเองค่ะ

 

10. I care my mother very much.

“Care” เป็นอีกคำนึงที่ฮิตฮอตและใช้กันบ่อยสำหรับคนไทย ซึ่งบางครั้งหลายคนก็ใช้ทับศัพท์เลย ซึ่งเราจะเข้าใจดีหากคุยกับคนไทยด้วยกับ แต่สำหรับฝรั่งแล้วอาจจะค่อนข้างกำกวม ดังนั้นหากเราต้องการจะสื่อว่าเรารักคุณแม่มากๆ เราจะใช้คำ “care for” หรือ “I care for my mother very much” นั่นเอง และเราจะใช้ “ take care of” หรือ “I take care of my mother.” เมื่อต้องการจะบอกว่าเราดูแลคุณแม่นั่นเองค่ะ ในภาษาอังกฤษนั้นคำบุพบท เช่น on, of, at, in ค่อนข้างสำคัญ เพราะถ้าหากเราใช้ผิด ความหมายก็เปลี่ยนแปลงไปเลยนะคะ

 

11. According to the report, it says that we should…

การใช้ According to นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะดีมากๆหากเราสามารถใช้ได้ถูกต้องด้วย เพราะคำว่า “According to somebody (or something)” มีความหมายเท่ากับ “Somebody (or something) says that…” ยกตัวอย่างเช่น “According to the research, we should not go to sleep late.” (แปลว่า จากงานวิจัยชิ้นนั้น เราไม่ควรเข้านอนดึก) ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องเราจึงควรใช้ว่า “The report says that we should...” หรือ “According to the report, we should...” นั่นเองค่ะ

 

รู้แบบนี้แล้ว น้องๆคนไหนยังใช้ผิดอยู่ต้องรีบแก้ไขแล้วนะเออ แอดมินเคยได้ยินมาว่าถ้าหากเราต้องการนำคำศัพท์ หรือประโยคภาษาอังกฤษไปใช้ให้ถูกต้อง เราต้องฝึกใช้คำนั้น หรือประโยคนั้น อาจจะทางด้านการฝึกเขียน ฝึกแต่งประโยค หรือฝึกพูด ทำวนไปแบบนั้น 30 ครั้งเลยค่ะ หลังจากนั้นเราจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง เหมือนเป็นเจ้าของภาษาเองเลยค่ะ ^^ อย่าลืมนะคะ! ใช้วนไปเลยค่ะ

 

หรือถ้าใครอยากฝึกเพิ่มเติม สามารถลองทำ quiz เล็กๆ สำหรับเนื้อหาในส่วนนี้เพื่อทบทวนความเข้าใจได้โดยคลิกที่นี่เพื่อ download นะคะ (คำเฉลยอยู่ในไฟล์เดียวกัน หน้า 3-5 พร้อมคำแปลค่ะ)

 

เครดิตรูปภาพ: pexels.com

อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากเอกสารประกอบการเรียนวิชา Academic Readind and Writing II, มหาวิทยาลัยศิลปากร

Please reload

Featured Posts

จริงหรือไม่ เมื่อถึงเวลาที่พร้อมและต้องการ เด็กจะพูดภาษาอังกฤษออกมาได้เอง

March 14, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts