นิ้วมือไม่ได้มีแค่ finger นะ! คำเรียกนิ้วแต่ละนิ้วในภาษาอังกฤษ


เราอาจคุ้นเคยกับคำว่า finger ที่แปลว่านิ้วมือ หรือคำว่า toe ที่แปลว่านิ้วเท้ากันอยู่แล้วนะครับ แต่สมมติว่าถ้าเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเกิดปวดนิ้วนางขึ้นมากะทันหันแล้วต้องไปบอกหมอที่เป็นชาวต่างชาติว่าเราปวดนิ้วนางนะ ไม่ใช่นิ้วชี้ หรือถ้าเราต้องสอนเพื่อนต่างชาติรำไทยแล้วต้องการจะบอกเค้าว่า เวลาจับจีบ นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จะต้องมาชนกัน ส่วนนิ้วที่เหลือให้เหยียดตึงออกไป เราจะเรียกนิ้วต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรดี

ขอเริ่มที่นิ้วมือก่อนนะครับ เราเรียกนิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วโป้งเป็นภาษาอังกฤษว่า thumb ซึ่งคำว่า thumb นี้เริ่มถูกใช้ครั้งแรกตั้งแต่ก่อนคริสตศตวรรษที่ 12 ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากคำว่า tum คำนี้มีความหมายว่า to swell (v.) หรือทำให้อ้วนหรือใหญ่ขึ้น ซึ่งก็ตรงกับลักษณะของนิ้วหัวแม่มือที่อ้วนๆ ป้อมๆ มากที่สุดในบรรดานิ้วทั้งห้าของเรานั่นเองครับ

ส่วนนิ้วชี้นั้นเราเรียกว่า index finger หรือ pointer finger โดยคำว่า index finger มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินที่แปลว่าชี้ (to point out) นั่นเอง หรือเราจะเรียกมันว่า forefinger ซึ่งมาจากหลักกายวิภาคของมนุษย์ได้อีกด้วย (ความหมายของ forefinger ในพจนานุกรม Cambridge แปลว่า นิ้วที่ถัดจากนิ้วโป้ง)

เราเรียกนิ้วกลางเป็นภาษาอังกฤษว่า middle finger ซึ่งก็ตรงตัวตามที่อยู่ของมันที่อยู่ตรงกลางระหว่างนิ้วทั้งห้านิ้วครับ หรือจะเรียกว่า long finger หรือ tall finger ก็ได้ครับ (แต่ชาวต่างชาติอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับสองคำนี้เท่าไหร่ หากเปรียบเทียบกับคำว่า middle finger ครับ)

สำหรับนิ้วนางเราเรียกว่า ring finger ครับ คำนี้มีตำนานย้อนไปถึงสมัยอียิปต์โบราณซึ่งเชื่อว่านิ้วนางมีเส้นเลือดที่เชื่อมต่อกับหัวใจและเรียกมันว่า เส้นเลือดของคู่รัก และชาวโรมันก็รับเอาความเชื่อนี้มา จนเกิดเป็นประเพณีที่คู่บ่าวสาวจะสวมแหวนให้แก่กันที่นิ้วนางข้างซ้ายนั่นเองครับ

ส่วนนิ้วก้อยนั้นเราเรียกว่า little finger หรือ pinky finger ครับ คำว่า pinky นั้นมีต้นตอมาจากคำในภาษาสก็อต (pinkie) และภาษาดัตช์ (pink) ซึ่งมีความหมายว่า “เล็ก” นั่นเองครับ

นอกจากนี้ ก็ยังมีคำเรียกเฉพาะสำหรับนิ้วเท้าแต่ละนิ้วด้วยเช่นกันนะครับตามที่ปรากฏในรูปด้านล่างนี้

คำเรียกนิ้วมือและนิ้วเท้าแต่ละนิ้ว

และขอปิดท้ายด้วยคลิปเพลง Finger Family น่ารักๆ นะครับ

สนใจเรียนภาษาอังกฤษแบบสนุกๆ เน้นให้คุณสามารถใช้งานได้จริงคลิกที่นี่ได้เลยครับ

ข้อมูลอ้างอิง: http://mentalfloss.com/article/74308/how-5-fingers-got-their-names

Featured Posts