3 เหตุผลที่ควรให้นักเรียนทำงานหนักในห้องเรียนมากกว่าครู


คำถามสุดคลาสสิคที่ Trainer ของเรามักจะถาม Trainee ในหลักสูตร Trinity CertTESOL ของเราหรือการอบรมคุณครูไทยของเราตามโรงเรียนต่างๆ คือ “ในห้องเรียน ใครควรทำงานหนักมากกว่ากันระหว่างครูกับนักเรียน?”

นิยาม “การทำงานหนักมากกว่า” ของเราหมายถึงการที่ต้องคิด เป็นคนลงมือทำกิจกรรม และพูดมากกว่าในห้องเรียน ตัวอย่างเช่น ในห้องเรียนภาษาอังกฤษ คุณครูเป็นคนอ่านออกเสียงจากหนังสือที่นักเรียนทุกคนมีวางอยู่บนโต๊ะให้นักเรียนฟังแล้วให้นักเรียนดูตาม ในแง่นี้คุณครูจะเป็นคนที่ทำงานหนักกว่า แต่ถ้าในห้องเรียน คุณครูทำหน้าที่เป็นคนอธิบายเกมที่ต้องการให้นักเรียนเล่นและฝึกพูดออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษ และคอยแก้ไขจุดผิดพลาดใหญ่ๆที่ส่งผลต่อบทเรียนเป้าหมาย (aim of lesson) เท่านั้น นักเรียนได้คิดหาคำตอบด้วยตัวเอง ได้พูดและได้ออกท่าทางในการเล่นเกมมากกว่าครู ก็อาจกล่าวได้ว่า นักเรียนเป็นคนทำงานหนักมากกว่า

หากเป้าหมายของคุณคือการให้ลูกศิษย์ในชั้นเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้จริงๆ เราขอแนะนำว่า การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ “ทำงานหนัก” ในห้องเรียนสามารถช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายนั้นได้มากกว่าการที่ครูเป็นผู้ทำงานหนักกว่าในห้องเรียน ด้วย 2 เหตุผลนี้

1.นักเรียนได้ฝึกคิดและใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงๆ

เมื่อคุณครูได้วางแผนการสอน (lesson planning) มาเป็นอย่างดีและลงมือสอนตามแผนการนั้นด้วยการนำเกมหรือกิจกรรมที่กระตุ้นให้เด็กได้คิดหรือพูดโต้ตอบกับครูหรือเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ ช่วยให้เขาได้ฝึกคิด ทบทวนความรู้และนำความรู้ที่เคยเรียนแล้วหรือเพิ่งได้เรียนมาใช้ในสถานการณ์จริงๆ การฝึกฝนนี้ยิ่งทำบ่อยๆจะช่วยให้นักเรียนได้คุ้นเคยและกล้าใช้ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

2.ครูสามารถประเมินได้ว่านักเรียนเข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องหรือไม่

เมื่อนักเรียนได้พูดและลองใช้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเองจริงๆ คุณครูกสามารถประเมินได้ง่ายขึ้นว่านักเรียนเข้าใจบทเรียนและสามารถใช้ภาษาตามเป้าหมายของบทเรียนนั้นๆที่คุณครูตั้งใจเตรียมมาสอนได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งช่วยให้ครูสามารถพัฒนาบทเรียนและเตรียมการสอนในครั้งต่อๆไปได้ดียิ่งขึ้นด้วย

3.ความสนุกและบทเรียนที่ไม่น่าเบื่อสำหรับนักเรียน

หากเราคิดว่า การได้ลงมือทำเองเพื่อการเรียนรู้ ย่อมดีกว่าการฟังจากคนอื่นแล้วจดจำโดยที่ไม่ได้นำมาลองใช้ดูว่าความรู้นั้นเป็นอย่างไร การเปลี่ยนชั้นเรียนภาษาอังกฤษที่มีแต่ครูพูดอยู่คนเดียวในห้อง มาเป็นชั้นเรียนที่นักเรียนได้ลองพูดคำศัพท์หรือประโยคต่างๆ ผ่านกิจกรรมที่ครูเตรียมมาในแบบเดียวกับวิชาพลศึกษาที่เด็กๆได้เล่นกีฬาจริงๆมากกว่าการดูภาพกีฬาจากหนังสือเรียนก็น่าจะสนุกและน่าเบื่อน้อยกว่าสำหรับเด็กๆ มากขึ้นเท่านั้น

คลิปด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการให้นักเรียนได้มีโอกาส “ทำงานหนัก” ในห้องเรียนมากกว่าคุณครู ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการเตรียมการสอนที่มีประสิทธิภาพของครูผู้สอน (ลองสังเกตดูก็ได้นะครับว่า ระหว่างครูต่างชาติกับนักเรียน ใครพูดเยอะกว่ากัน)

จะเห็นได้ว่า คุณครูในคลิปทำหน้าที่เหมือนเป็นคนนำทางและควบคุมการสอนผ่านเกม มากกว่าที่จะคอยบอกคำตอบหรือคำศัพท์ที่ถูกต้องให้กับนักเรียนตลอดเวลา นักเรียนจึงต้องคิดหาคำตอบและฝึกพูดภาษาอังกฤษซ้ำๆ ซึ่งการเรียนที่มีท่าทางและเคลื่อนไหว รวมทั้งเกมที่สนุก สามารถช่วยให้นักเรียนสนใจบทเรียนและพัฒนาทักษะได้เร็วขึ้น แนวการสอนแบบนี้เป็นการสอนแบบ Communicative Language Teaching (CLT) ที่สามารถช่วยให้นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นด้วยการลงมือทำเองจริงๆ เพื่อการฝึกฝนและเรียนรู้ได้ดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีและสนุกกว่าการที่คุณครูบอกหรืออ่านคำตอบที่ถูกให้นักเรียนฟังนะครับ

Featured Posts
Recent Posts
Archive
Follow Us
Search By Tags
  • Facebook Basic Square
  • YouTube Social  Icon

©  2021 Copyright by TESOL Tree

  • Facebook - White Circle
  • YouTube - White Circle