©  2015 Copyright by TESOL Tree

  • Facebook - White Circle
  • Instagram - White Circle
  • Twitter - White Circle
  • YouTube - White Circle

ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล

June 15, 2018

ฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อคืนนี้ และมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ให้เราได้รับชมกัน ใครที่ชอบดูฟุตบอลก็สามารถฝึกภาษาอังกฤษไปพร้อมๆกันได้ ด้วยการเปลี่ยนมารับชมแบบพากย์ภาษาอังกฤษ เพราะโอกาสในการฝึกภาษาอังกฤษอยู่รอบตัวเรานั่นเอง ในวันนี้แอดมินจึงขอแนะนำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลที่เราน่าจะได้ยินในการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ได้ค่ะ

เราสามารถเรียกการแข่งขันฟุตบอลในแต่ละนัดได้ว่า a match (n.) หรือ a game (n.) ได้นะคะ เช่น The 1st match tonight is France V Australia. ซึ่งแปลว่า ฝรั่งเศสจะแข่งกับออสเตรเลียเป็นเกมแรกในคืนนี้ หรือถ้าเราอยากถามเพื่อนว่า เมื่อคืนได้ดูเกมที่อาร์เจนตินาแข่งกับไอซ์แลนด์หรือเปล่า ก็สามารถพูดได้ว่า Did you watch Argentina V Iceland game last night? ได้ค่ะ

สำหรับตัว V ที่อยู่ระหว่างชื่อประเทศย่อมาจากคำว่า versus ซึ่งเราจะใช้ V หรือ versus ก็ได้ แต่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะพูดแค่ /วี/ มากกว่าน่ะค่ะ

 

เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า stadium ที่มีความหมายว่าสนามฟุตบอลกันมาบ้างนะคะ แต่ถ้าเราอยากจะพูดถึงตัวสนามแข่งฟุตบอลเฉพาะส่วนที่มีหญ้าสีเขียวๆเท่านั้น เราจะใช้คำว่า pitch (n.) ค่ะ เช่น ถ้าเราจะพูดว่า นักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นกำลังอบอุ่นร่างกายในสนามหญ้า เราก็สามารถพูดได้ว่า Now the Japanese players are warming up on the pitch. แต่ถ้าเราจะบอกว่านักเตะเข้าไปในสนามแข่งหรือ stadium แล้ว เราจะใช้คำว่า in the stadium เช่น The Portugal team are going in the stadium. ค่ะ

 

เวลาเราพูดถึงนักเตะหรือผู้เล่นแบบรวมๆ เราสามารถใช้คำว่า player หรือ footballer ได้นะคะ แต่ถ้าเราอยากเรียกนักเตะให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ก็สามารถเรียกได้ตามตำแหน่งการเล่นของแต่ละคน ผู้รักษาประตูก็จะเรียกว่า goalkeeper

ส่วนกองหลังที่ทำหน้าที่ป้องกันคู่ต่อสู้ไม่ให้เข้ามายิงประตูได้ก็จะเรียกว่า defender

สำหรับนักเตะเล่นอยู่กลางสนาม ทำหน้าที่ทั้งในเกมรุกและเกมรับ ก็จะเรียกว่า midfielder หรือที่เรามักได้ยินบ่อยๆว่า ผู้เล่นมิดฟิลด์นั่นเองค่ะ

ส่วนกองหน้าที่ทำหน้าที่บุกโจมตีเพื่อยิงประตูฝ่ายตรงข้าม เราก็จะเรียกว่า attacker ค่ะ

จริงๆแล้ว ยังมีคำเรียกตำแหน่งเหล่านี้แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้นไปอีกนะคะ เช่น กองหลังตัวกลางก็เรียกว่า center-back กองหลังที่เล่นริมเส้นข้างสนาม ก็เรียกว่า fullback หรือกองกลางที่เล่นเน้นเกมรับเป็นหลักก็เรียกได้ว่า defensive midfielder ซึ่งเพื่อนๆสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้นะคะ

 

นอกจากผู้เล่นในสนามแล้ว ก็ยังมีกรรมการผู้ตัดสินหรือ referee ที่ทำหน้าที่ควบคุมเกมการแข่งขันให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ เพื่อนๆหลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะเรียกกรรมการในสนามฟุตบอลว่า judge ที่แปลว่ากรรมการได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้นะคะ คำอธิบายแบบง่ายๆก็คือ ในกีฬาแต่ละประเภทจะมีคำเรียกตำแหน่ง “ผู้ตัดสิน” หรือ “กรรมการ” แตกต่างกันไป เช่น ในกีฬาเทนนิสหรือเบสบอล เราจะเรียกกรรมการว่า umpire ส่วนวอลเล่ย์บอลและบาสเก็ตบอลจะเรียกกรรมการว่า referee เช่นเดียวกับฟุตบอลนะคะ ส่วนแบดมินตันนี่จะมีทั้ง umpire (ผู้ตัดสินชี้ขาดที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงข้างสนาม), referee (ผู้ตัดสินที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ umpire) และ line judges กันทั้งหมดเลยค่ะ ดังนั้น เราอาจจะต้องจำเอาเองนะคะว่ากีฬาแต่ละประเภทเรียกกรรมการของตัวเองว่าอย่างไรบ้าง

 

เนื่องจากสนามฟุตบอลนั้นใหญ่มาก และมีกฎต่างๆมากมายที่ช่วยให้เกมฟุตบอลสนุกสูสีมากขึ้น กรรมการจึงต้องมีผู้ช่วยทั้งที่อยู่ในสนามฟุตบอลบริเวณด้านข้างที่เรียกว่า linesman หรือผู้กำกับเส้น และกรรมการด้านนอกสนามซึ่งเรียกว่า referee’s assistant ที่คอยทำหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานของกรรมการ เช่น ให้สัญญาณเปลี่ยนตัวนักเตะ ควบคุมผู้เล่นตัวสำรองและทีมงานบริเวณม้านั่ง และแจ้งให้ทุกฝ่ายทราบว่าจะมีการทดเวลาบาดเจ็บอีกกี่นาที เป็นต้น

 

เพื่อนๆน่าจะคุ้นเคยกับคำว่า captain หรือหัวหน้าทีมของแต่ละทีมอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าวันนี้เราอยากจะแนะนำคำใหม่ที่มีความหมายเดียวกันให้ได้รู้จักกัน นั่นคือคำว่า skipper ค่ะ ส่วนการใช้งานก็ใช้เหมือนกับคำว่า captain ได้เลยนะคะ เพราะว่าเป็นคำนามเหมือนกัน เช่น ถ้าเราต้องการจะบอกว่าแฮรี่ เคนได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เราก็สามารถพูดได้ว่า Harry Kane has been named England’s skipper for the 2018 World Cup in Russia. ค่ะ เพียงแต่คำนี้อาจจะไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักเมื่อเทียบกับคำว่า captain ค่ะ

 

ในระหว่างการแข่งขัน แต่ละทีมสามารถเปลี่ยนนักเตะสำรองได้ทีมละ 3 คน ซึ่งก็มีหลายเหตุผลในการเปลี่ยนตัวนะคะ อาจจะต้องการแก้เกมหรือเปลี่ยนแผนการเล่น หรือเพราะผู้เล่นในสนามบาดเจ็บก็ได้ ตัวสำรองเหล่านี้เรียกเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า a substitute หรือเรียกสั้นๆว่า a sub ก็ได้ค่ะ ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินนักเตะที่มักลงมาทำประตูพลิกเกมจากฝ่ายที่ตามหลังอยู่ให้ทีมกลับมาชนะได้ว่า super sub ซึ่งก็คือคำเดียวกันนี้นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ คำนี้ยังใช้เป็นคำกริยาได้ด้วยนะคะ อย่างในภาพ เราก็สามารถพูดบอกเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Thomas Muller was a substitute for Timo Werner. หรือ The German team substituted Timo Werner with Thomas Muller. ก็ได้เหมือนกันค่ะ

 

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีการปะทะกันมาก และบางครั้งกรรมการก็จะตัดสินให้เป็นการทำผิดกติกาหรือการฟาวล์ ซึ่งก็ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า foul ที่เพื่อนๆน่าจะคุ้นเคยกัน แต่คำนี้สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา ดังนั้น เพื่อนๆอาจจะได้ยินผู้บรรยายเกมพูดว่า Cristiano Ronaldo has been fouled by a Spain defender. ก็ได้นะคะ

 

หากการฟาวล์ของนักเตะดูรุนแรงหรือไม่สมเหตุสมผลจนเกินไป ผู้ตัดสินก็อาจจะแจกใบเหลืองหรือใบแดงให้กับนักเตะคนที่ทำฟาวล์ได้ ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษคำว่า booking ที่เป็นคำนามหรือ booked ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่มาจากคำกริยา book ที่แปลว่าถูกจดชื่อลงสมุด (ของผู้ตัดสิน) ได้นะคะ

ดังนั้น เมื่อนักเตะคนที่ถูกพูดถึงทำฟาวล์อย่างรุนแรงแต่ไม่โดนใบเหลืองเลย เราอาจได้ยินผู้บรรยายเกมพูดว่า He is lucky because it was a foul without a booking. หรือ He is lucky because he wasn’t booked. หรือหากเราต้องการบอกเพื่อนว่า นักเตะคนที่ทำที่ทำฟาวล์ควรจะได้รับใบเหลืองหรือใบแดง เราก็สามารถพูดได้ว่า The player should be booked.

 

การแข่งขันฟุตบอลจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงๆ ละ 45 นาที นั่นคือครึ่งแรกหรือ first half และครึ่งหลังหรือ second half ในภาษาอังกฤษ และในการแข่งแต่ละครึ่งก็จะมีช่วงทดเวลาบาดเจ็บหรือ injury time หรือ stoppage time ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้ตัดสินในเกมนั้นๆ เมื่อจบเกม ผู้ตัดสินก็จะเป่านกหวีดยาวเป็นครั้งสุดท้ายของเกมเพื่อบอกว่า It is full-time. หรือว่าหมดเวลาแล้วนั่นเอง

นอกจากนี้ ในเกมการแข่งขันหลังจากรอบแบ่งกลุ่ม หากยังไม่มีผู้ชนะในเกมนั้นหลังแข่งกันครบ 90 นาที ก็จะมีการต่อเวลาพิเศษหรือ Extra time อีก 30 นาทีด้วยค่ะ

 

ฟุตบอลแพ้ชนะด้วยจำนวนประตูที่แต่ละฝ่ายทำได้ ทั้งสองทีมจึงต้องแข่งกันทำประตูให้มากกว่าอีกฝ่ายให้ได้ในเกมนั้น เมื่อมีทีมใดทีมหนึ่งทำประตูนำไปก่อนได้ เราสามารถใช้คำว่า lead ซึ่งเป็นได้ทั้งคำนามหรือคำกริยาเพื่อบอกว่าฝ่ายนี้นำอยู่ได้ เช่น เราต้องการบอกเพื่อนว่าบราซิลนำโครเอเชียอยู่ 1-0 เราก็สามารถพูดได้ว่า Brazil are leading Croatia 1-0. หรือ Brazil have taken the lead 1-0. ก็ได้ค่ะ

อ้อ เวลาเราพูดถึง score หรือผลการแข่งขันในกีฬาฟุตบอล เราใช้ตัวเลขปกติได้เลยนะคะ ยกเว้นแค่เลขศูนย์เท่านั้นที่เราจะไม่ใช้คำว่า zero แต่ใช้คำว่า nil /นิล/ แทนค่ะ เช่น ถ้าเราจะพูดว่า เมื่อคืนโคลัมเบียชนะญี่ปุ่นไป 2-0 ก็จะพูดได้ว่า Columbia beat Japan (by) 2-0 last night. (2-0 อ่านว่า /ทู-นิล/)

ส่วนผลเสมอในภาษาอังกฤษ คือ draw (n.) ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่แปลว่า วาด(ภาพ) ที่เป็นคำกริยา (v.) นั่นเองนะคะ หากเราจะบอกเพื่อนว่า เมื่อคืนฝรั่งเศสเสมอกับเปรูไปอย่างน่าเบื่อเพราะทำประตูกันไม่ได้เลย ก็สามารถพูดได้ว่า France got a draw against Peru. The score was 0-0. It was so boring. ค่ะ 0-0 แบบนี้อ่านเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า /นิล-นิล/ นะคะ แต่ถ้าเสมอ 1-1 หรือ 2-2 จะใช้คำว่า one all (อ่านว่า /วัน-ออล/) และ two all (อ่านว่า /ทู-ออล/)

เมื่อมีคนทำประตูได้ ก็ย่อมมีฝ่ายที่เสียประตูเช่นกัน คำศัพท์ที่หมายถึงการเสียประตูคือ concede (v.) นะคะ เช่น ถ้าเราจะบอกว่า รัสเซียเสียประตูให้กับสเปน ก็สามารถพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Russia have conceded a goal to Spain. นั่นเองค่ะ

 

ถ้าฝ่ายที่โดนนำสามารถตามตีเสมอได้ เราจะเรียกประตูนั้นเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า equalizer นะคะ เช่น Lionel Messi scored an equalizer for Argentina last night. (ลิโอเนล เมสซี่ยิงประตูตีเสมอให้กับอาร์เจนติน่าเมื่อคืนที่ผ่านมา)

 

เมื่อเกมจบแล้วทีมที่เราเชียร์เป็นผู้ชนะ เราก็สามารถพูดได้ว่า Yeah! We won! We defeated them! เราเอาชนะพวกเขาได้แล้ว เยี่ยมไปเลย! คำว่า defeat นี้สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยานะคะ เพียงแต่ว่าความหมายอาจจะต่างกันนิดหน่อยค่ะ ถ้าเราใช้เป็นคำกริยา defeat จะมีความหมายว่า (เอา)ชนะใครได้ เช่น Russia have defeated Saudi Arabia in the opening match of World Cup 2018. ซึ่งมีความหมายว่า รัสเซียเอาชนะซาอุฯ ได้ในนัดเปิดสนามของฟุตบอลโลกปีนี้ แต่ถ้า defeat เป็นคำนามจะแปลว่า ความพ่ายแพ้ เช่น Saudi Arabia suffered a defeat by the hosts Russia in the 1st game of World Cup 2018. ซึ่งมีเนื้อความหมายเดียวกันกับประโยคแรกนะคะ

 

หวังว่า เพื่อนๆจะได้ดูฟุตบอลและฝึกภาษาอังกฤษในทุกๆวันได้อย่างสนุกมากขึ้นในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกครั้งนี้ และขอให้ทีมที่เพื่อนๆเชียร์อยู่ชนะอย่างที่ใจหวัง แต่อย่าไปยุ่งกับการพนันเชียวนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่า

Please reload

Featured Posts